Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@megaplustravel

Travel License : 11/11841

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

จีนน่าเที่ยวมากในช่วงนี้ เปิดแผนที่ทำความรู้จักเมืองเด่น ก่อนเลือกทริปที่ใช่สำหรับคุณ

จีนน่าเที่ยวมากในช่วงนี้ เปิดแผนที่ทำความรู้จักเมืองเด่น ก่อนเลือกทริปที่ใช่สำหรับคุณ

16

Aug

จีน

จีนน่าเที่ยวมากในช่วงนี้ เปิดแผนที่ทำความรู้จักเมืองเด่น ก่อนเลือกทริปที่ใช่สำหรับคุณ

หากยังคิดว่าเที่ยวจีนมีเพียงกำแพงเมืองจีน พระราชวังโบราณ และเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คน อาจถึงเวลาทำความรู้จักจีนกันใหม่ เพราะประเทศนี้มีครบตั้งแต่เมืองประวัติศาสตร์อายุนับพันปี มหานครล้ำสมัย ภูเขาหินรูปร่างแปลกตา ทะเลสาบสีฟ้า เมืองหิมะ ไปจนถึงทะเลทรายและทุ่งหญ้ากว้างสุดสายตา


ที่สำคัญ ปัจจุบันผู้ถือหนังสือเดินทางไทยสามารถเดินทางเข้าจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่า พำนักได้ไม่เกิน 30 วันต่อครั้ง และรวมไม่เกิน 90 วันในช่วง 180 วัน ทำให้การวางแผนเที่ยวสะดวกขึ้นมาก

แต่ด้วยขนาดประเทศที่ใหญ่มาก การเที่ยวจีนจึงควรเริ่มจากคำถามว่าเราอยากเห็นจีนแบบไหน?” เพราะแต่ละภูมิภาคมีบรรยากาศแตกต่างกันอย่างชัดเจน และหลายเมืองอยู่ห่างกันจนไม่เหมาะจะรวมไว้ในทริปเดียว


ทำความรู้จักประเทศจีนแบบเข้าใจง่าย เมืองไหนอยู่บริเวณไหน?

ภูมิภาค

เมืองหรือเส้นทางเด่น

เหมาะกับการเที่ยวแบบไหน

จีนตอนเหนือ

ปักกิ่ง

ประวัติศาสตร์ พระราชวัง กำแพงเมืองจีน

จีนตะวันออก

เซี่ยงไฮ้ หางโจว ซูโจว ชิงเต่า

เมืองทันสมัย เมืองน้ำ สวนจีน และชายทะเล

จีนตอนกลาง

จางเจียเจี้ย ฉางซา

ภูเขา ธรรมชาติ และอาหารรสจัด

จีนตะวันตกเฉียงเหนือ

ซีอาน ซินเจียง

เส้นทางสายไหม ประวัติศาสตร์ ทะเลทราย และทุ่งหญ้า

จีนตะวันตกเฉียงใต้

เฉิงตู ฉงชิ่ง คุนหมิง ลี่เจียง

แพนด้า ภูเขา เมืองโบราณ และวัฒนธรรมชนเผ่า

จีนตอนใต้

กุ้ยหลิน กวางโจว เซินเจิ้น

ภูเขาหินปูน อาหารกวางตุ้ง และเมืองเทคโนโลยี

จีนตะวันออกเฉียงเหนือ

ฮาร์บิน

หิมะ เทศกาลน้ำแข็ง และสถาปัตยกรรมยุโรป


จีนไม่ใช่ประเทศที่ต้องพยายามเก็บทุกเมืองในครั้งเดียว เพราะเพียงหนึ่งภูมิภาคก็สามารถเที่ยวได้หลายวัน การเลือกเส้นทางที่อยู่ใกล้กันจะช่วยประหยัดเวลาและทำให้เที่ยวได้สบายกว่า

1. ปักกิ่ง - เมืองหลวงที่รวมประวัติศาสตร์จีนไว้ครบที่สุด

ปักกิ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ เหมาะสำหรับคนที่เดินทางไปจีนครั้งแรกและอยากสัมผัสภาพจำของจีนแบบชัดเจน ทั้งพระราชวัง กำแพงเมือง และสถาปัตยกรรมจากยุคราชวงศ์

ใจกลางเมืองมี “แกนกลางปักกิ่ง” ซึ่งเชื่อมโยงพระราชวัง สวน สถานที่ประกอบพิธี และอาคารสำคัญทางประวัติศาสตร์เข้าด้วยกัน ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว


สถานที่น่าเที่ยว

  • พระราชวังต้องห้าม หรือพระราชวังกู้กง
  • จัตุรัสเทียนอันเหมิน
  • หอสักการะฟ้าเทียนถาน
  • พระราชวังฤดูร้อน
  • ย่านหูท่งและทะเลสาบโฮ่วไห่
  • กำแพงเมืองจีนด่านมู่เถียนอวี้หรือปาต๋าหลิ่ง

ปักกิ่งเหมาะกับคนชอบประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และการเที่ยวแลนด์มาร์กระดับโลก แนะนำเผื่อเวลาอย่างน้อย 4–5 วัน เพราะแต่ละสถานที่มีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่

2. เซี่ยงไฮ้ - จีนสมัยใหม่ที่ยังมีเสน่ห์ของเมืองเก่า

เซี่ยงไฮ้อยู่บริเวณชายฝั่งตะวันออก เป็นหนึ่งในเมืองเศรษฐกิจสำคัญของจีน ภาพของเมืองแบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างน่าสนใจ ฝั่งหนึ่งคืออาคารเก่าสไตล์ยุโรปริมแม่น้ำ ส่วนอีกฝั่งคือกลุ่มตึกระฟ้าที่ดูล้ำสมัย


สถานที่น่าเที่ยว

  • เดอะบันด์ จุดชมวิวริมแม่น้ำหวงผู่
  • ย่านลู่เจียจุ่ยและหอไข่มุก
  • ถนนหนานจิง
  • สวนอวี้หยวน
  • ย่านซินเทียนตี้
  • Shanghai Disneyland
  • เมืองโบราณจูเจียเจี่ยว

จากเซี่ยงไฮ้ยังสามารถนั่งรถไฟความเร็วสูงไปเที่ยวหางโจวและซูโจวได้ จึงเหมาะกับการจัดทริปแบบมหานครเมืองน้ำสวนจีนในเส้นทางเดียว

3. หางโจวและซูโจว - เมืองสวยบรรยากาศละมุนใกล้เซี่ยงไฮ้

หางโจวและซูโจวอยู่ในภูมิภาคเจียงหนาน ทางตะวันออกของจีน สามารถเดินทางต่อจากเซี่ยงไฮ้ได้สะดวก

หางโจวมีชื่อเสียงจากทะเลสาบซีหู ชาเขียวหลงจิ่ง และบรรยากาศเมืองที่ผสมระหว่างธรรมชาติกับความทันสมัย เหมาะกับการล่องเรือ เดินเล่น และเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ

ซูโจวโดดเด่นด้วยสวนจีนโบราณ คลอง และเมืองน้ำ สวนโบราณหลายแห่งของซูโจวได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และสะท้อนแนวคิดการจัดสวนจีนที่เชื่อมบ้าน สายน้ำ หิน และธรรมชาติเข้าด้วยกัน


สถานที่น่าเที่ยว

  • ทะเลสาบซีหู เมืองหางโจว
  • หมู่บ้านชาเหมยเจียอู่และไร่ชาหลงจิ่ง
  • ถนนโบราณเหอฝาง
  • สวนจัวเจิ้งหยวน เมืองซูโจว
  • ถนนผิงเจียง
  • เมืองน้ำโจวจวงหรือถงหลี่

เส้นทางนี้เหมาะกับครอบครัว ผู้สูงอายุ คู่รัก และคนที่ชอบถ่ายภาพเมืองจีนในบรรยากาศสงบงดงาม

4. ซีอาน - จุดเริ่มต้นเส้นทางสายไหมและเมืองแห่งราชวงศ์ถัง

ซีอานอยู่ในมณฑลส่านซี บริเวณตอนกลางค่อนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงของจีนหลายราชวงศ์ และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของเส้นทางสายไหมโบราณ

ไฮไลต์สำคัญคือสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้และกองทัพทหารดินเผา ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเมืองประมาณ 35 กิโลเมตร


สถานที่น่าเที่ยว

  • กองทัพทหารดินเผา
  • กำแพงเมืองซีอาน
  • เจดีย์ห่านป่าใหญ่
  • ถนนคนเดินมุสลิม
  • มัสยิดใหญ่แห่งซีอาน
  • พระราชวังต้าหมิง
  • ภูเขาหัวซาน สำหรับคนชอบธรรมชาติและการเดินเขา

ซีอานเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบประวัติศาสตร์จีน วัฒนธรรมเส้นทางสายไหม และอาหารท้องถิ่นอย่างโร่วเจียโหมวหรือแฮมเบอร์เกอร์จีน

5. เฉิงตู - เมืองแพนด้า อาหารเสฉวน และวิถีชีวิตแบบสบาย ๆ

เฉิงตูเป็นเมืองเอกของมณฑลเสฉวน อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องแพนด้า หม้อไฟเสฉวน ร้านน้ำชา และบรรยากาศการใช้ชีวิตที่ไม่เร่งรีบเมื่อเทียบกับมหานครอื่น


สถานที่น่าเที่ยว

  • ศูนย์วิจัยและเพาะพันธุ์แพนด้าเฉิงตู
  • ถนนโบราณจิ่นหลี่
  • ศาลเจ้าสามก๊กอู่โหว
  • ถนนคนเดินชุนซีลู่
  • ย่านไท่กู่หลี่
  • ระบบชลประทานตูเจียงเยี่ยน
  • ภูเขาชิงเฉิง
  • พระใหญ่เล่อซาน

เฉิงตูยังเป็นประตูสู่แหล่งธรรมชาติชื่อดังของเสฉวน เช่น จิ่วจ้ายโกว หวงหลง ภูเขาสี่ดรุณี และเต้าเฉิงย่าติง แต่ควรจัดเวลาเพิ่ม เพราะสถานที่เหล่านี้ไม่ได้อยู่ในตัวเมืองเฉิงตู

6. ฉงชิ่ง - เมืองภูเขาที่เหมือนหลุดออกมาจากโลกอนาคต

ฉงชิ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำเจียหลิง เมืองสร้างอยู่บนภูเขาหลายระดับ ถนน อาคาร และรถไฟจึงซ้อนกันอย่างซับซ้อนจนกลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว


สถานที่น่าเที่ยว

  • หงหยาต้ง อาคารริมหน้าผาที่สวยเป็นพิเศษช่วงกลางคืน
  • รถไฟทะลุตึกสถานีหลี่จื่อป้า
  • ถนนโบราณสือปาที
  • เจียฟ่างเป่ย
  • กระเช้าข้ามแม่น้ำแยงซี
  • อู่หลงคาสต์และสะพานสวรรค์
  • ผาหินแกะสลักต้าจู๋

ฉงชิ่งเหมาะกับคนชอบเมืองแปลกตา แสงสี อาหารรสจัด และการถ่ายภาพกลางคืน แต่ควรเตรียมรองเท้าที่เดินสบาย เพราะคำว่าชั้นล่างของเมืองนี้อาจพาคุณลงบันไดไปอีกหลายชั้นจริง

7. จางเจียเจี้ย - ภูเขาเสาหินที่ดูเหมือนอยู่ในภาพยนตร์

จางเจียเจี้ยอยู่ในมณฑลหูหนาน ทางตอนกลางค่อนไปทางใต้ จุดเด่นคือเขตอนุรักษ์ธรรมชาติอู่หลิงหยวน ซึ่งมีเสาหินทรายควอตซ์มากกว่า 3,000 ต้น หลายยอดมีความสูงมากกว่า 200 เมตร UNESCO


สถานที่น่าเที่ยว

  • อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย
  • เขาเทียนจื่อซาน
  • ลิฟต์แก้วไป่หลง
  • สะพานหนึ่งในใต้หล้า
  • ลำธารแส้ม้าทอง
  • เขาเทียนเหมินซาน
  • ประตูสวรรค์
  • สะพานกระจกจางเจียเจี้ย

เส้นทางนี้เหมาะกับคนรักธรรมชาติและวิวภูเขา โดยทั่วไปควรมีเวลาอย่างน้อย 4–5 วัน และควรเลือกฤดูกาลให้เหมาะ เพราะหมอกและฝนอาจส่งผลต่อทัศนวิสัย

8. กุ้ยหลินและหยางซั่ว - ภูเขาหินปูนและสายน้ำเหมือนภาพวาดจีน

กุ้ยหลินอยู่ในเขตกว่างซี ทางตอนใต้ของประเทศ มีชื่อเสียงจากภูเขาหินปูนที่เรียงตัวตลอดสองฝั่งแม่น้ำหลีเจียง ส่วนหยางซั่วเป็นเมืองเล็กที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและพื้นที่ชนบท


สถานที่น่าเที่ยว

  • ล่องเรือแม่น้ำหลีเจียง
  • จุดชมวิวภูเขาเซียงกง
  • ล่องแพแม่น้ำอวี้หลง
  • ถนนฝรั่ง West Street
  • เขางวงช้าง
  • นาขั้นบันไดหลงจี๋
  • การแสดง Impression Liu Sanjie

เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักจากเมืองใหญ่ ชอบล่องเรือ ปั่นจักรยาน และชมธรรมชาติแบบจีนตอนใต้

9. คุนหมิง–ต้าหลี่–ลี่เจียง–แชงกรีลา : เส้นทางยูนนานที่เที่ยวได้หลายบรรยากาศ

มณฑลยูนนานอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ ใกล้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นพื้นที่ที่มีทั้งเมืองโบราณ ภูเขาสูง ทะเลสาบ และวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลาย

คุนหมิงได้รับฉายาว่า “เมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิ” และมักใช้เป็นจุดเริ่มต้น ก่อนเดินทางต่อไปยังต้าหลี่ ลี่เจียง หรือแชงกรีลา


สถานที่น่าเที่ยว

  • ป่าหินสือหลิน เมืองคุนหมิง
  • ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ เมืองต้าหลี่
  • เมืองเก่าต้าหลี่
  • เมืองเก่าลี่เจียง
  • ภูเขาหิมะมังกรหยก
  • หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน
  • ช่องเขาเสือกระโจน
  • เมืองเก่าแชงกรีลาและวัดซงจ้านหลิน

เส้นทางนี้เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพ ธรรมชาติ เมืองโบราณ และอากาศเย็น แต่บางพื้นที่มีระดับความสูงมาก ควรวางแผนให้ร่างกายได้ปรับตัวและไม่จัดโปรแกรมแน่นเกินไป

10. ชิงเต่า - เมืองชายทะเลที่มีกลิ่นอายยุโรป

ชิงเต่าอยู่ในมณฑลซานตง ทางชายฝั่งตะวันออก ติดทะเลเหลือง เป็นเมืองที่แตกต่างจากภาพจำของจีนอย่างชัดเจน เพราะมีทั้งชายหาด อาคารหลังคาแดงแบบยุโรป และวัฒนธรรมเบียร์ที่โด่งดัง


สถานที่น่าเที่ยว

  • สะพานจ้านเฉียว
  • มหาวิหารเซนต์ไมเคิล
  • เขตปาต้ากวน
  • จัตุรัส May Fourth
  • ศูนย์เรือใบโอลิมปิก
  • พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า
  • ภูเขาเหลาซาน
  • ชายหาดหมายเลข 1 และหมายเลข 2

ชิงเต่าเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวจีนแบบสบาย ชอบทะเล อาหารซีฟู้ด และมุมถ่ายภาพคล้ายเมืองยุโรป โดยเฉพาะช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง

11. ฮาร์บิน - เมืองหิมะและสถาปัตยกรรมรัสเซีย

ฮาร์บินอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ใกล้ชายแดนรัสเซีย จึงมีสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่แตกต่างจากเมืองอื่นอย่างเห็นได้ชัด


สถานที่น่าเที่ยว

  • Harbin Ice and Snow World
  • มหาวิหารเซนต์โซเฟีย
  • ถนนคนเดินจงหยาง
  • เกาะพระอาทิตย์
  • หมู่บ้านหิมะ China Snow Town
  • สวนเสือไซบีเรีย

ช่วงที่โดดเด่นที่สุดคือฤดูหนาว โดยเฉพาะเทศกาลน้ำแข็ง แต่ควรเตรียมเสื้อผ้าสำหรับอุณหภูมิติดลบอย่างจริงจัง เพราะที่นี่หนาวแบบไม่เปิดพื้นที่ให้แฟชั่นแก้ตัว

12. ซินเจียง - อีกโลกหนึ่งของจีนบนเส้นทางสายไหม

ซินเจียงอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของประเทศ เป็นเขตที่มีขนาดใหญ่มาก ภายในพื้นที่เดียวมีทั้งภูเขาหิมะ ทะเลทราย ทะเลสาบ ทุ่งหญ้า และเมืองโบราณบนเส้นทางสายไหม


สถานที่น่าเที่ยว

  • ทะเลสาบเทียนฉือ ใกล้อุรุมชี
  • ตลาดต้าปาจา
  • เมืองเก่าคัชการ์
  • ทะเลสาบคาราคูล
  • ทะเลทรายทาคลามากัน
  • เมืองอีหนิง
  • ทุ่งหญ้านาลาถี
  • ทะเลสาบไซ่หลี่มู่
  • หมู่บ้านเหอมู่และคานาส

ซินเจียงเหมาะกับคนที่ต้องการชมธรรมชาติขนาดใหญ่ วัฒนธรรมเอเชียกลาง และเส้นทางที่ไม่เหมือนจีนเมืองหลัก อย่างไรก็ตาม ระยะทางระหว่างสถานที่ไกลมาก จึงควรเลือกเที่ยวเป็นโซน เช่น ซินเจียงเหนือ ซินเจียงใต้ หรือเส้นทางอีหลี ไม่ควรพยายามเก็บทั้งหมดในทริปสั้น

13. กวางโจวและเซินเจิ้น - อาหารกวางตุ้ง เมืองการค้า และเทคโนโลยี

สองเมืองนี้อยู่ทางตอนใต้ของจีนและสามารถเดินทางเชื่อมต่อกันได้สะดวก

กวางโจวเหมาะกับสายกินและคนที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมจีนกวางตุ้ง ส่วนเซินเจิ้นเป็นเมืองใหม่ที่โดดเด่นด้านเทคโนโลยี สถาปัตยกรรม และแหล่งช้อปปิ้ง


สถานที่น่าเที่ยวในกวางโจว

  • Canton Tower
  • เกาะซาเมี่ยน
  • ศาลตระกูลเฉิน
  • ถนนปักกิ่ง
  • ล่องเรือแม่น้ำจูเจียง
  • ชิมติ่มซำและอาหารกวางตุ้ง

สถานที่น่าเที่ยวในเซินเจิ้น

  • Window of the World
  • Splendid China Folk Village
  • ย่าน OCT Loft
  • อ่าวเซินเจิ้น
  • ถนนคนเดินตงเหมิน
  • พิพิธภัณฑ์และศูนย์ศิลปะร่วมสมัย

เส้นทางนี้เหมาะกับทริประยะสั้น สายกิน ช้อปปิ้ง ดูงาน หรือกลุ่มองค์กร และสามารถเดินทางต่อไปฮ่องกงได้สะดวก

ถ้าไปจีนครั้งแรก ควรเลือกเมืองไหนดี?

  • อยากเห็นจีนแบบคลาสสิก: ปักกิ่ง–กำแพงเมืองจีน
  • ชอบเมืองทันสมัยและช้อปปิ้ง: เซี่ยงไฮ้–หางโจว–ซูโจว
  • สนใจประวัติศาสตร์จีนโบราณ: ซีอาน
  • ชอบกินและอยากดูแพนด้า: เฉิงตู
  • ชอบเมืองแปลกตาและแสงสียามค่ำคืน: ฉงชิ่ง
  • ชอบภูเขาอลังการ: จางเจียเจี้ย
  • ชอบเมืองโบราณและธรรมชาติ: ยูนนาน
  • ชอบทะเลและมุมถ่ายภาพสไตล์ยุโรป: ชิงเต่า
  • อยากสัมผัสหิมะแบบเต็มรูปแบบ: ฮาร์บิน
  • อยากเห็นธรรมชาติที่แตกต่างและยิ่งใหญ่: ซินเจียง
  • ไปกับครอบครัวหรือผู้สูงอายุ: เซี่ยงไฮ้–หางโจว–ซูโจว หรือชิงเต่า


เที่ยวจีนช่วงไหนดีที่สุด?

จีนมีพื้นที่กว้างมาก จึงไม่มีฤดูกาลเดียวที่เหมาะกับทุกเมือง

  • เดือนมีนาคม–พฤษภาคม: เหมาะกับปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เจียงหนาน ยูนนาน และกุ้ยหลิน
  • เดือนมิถุนายน–สิงหาคม: เหมาะกับทุ่งหญ้าซินเจียง ชิงเต่า และพื้นที่ภูเขา แต่บางเมืองอาจร้อนหรือมีฝน
  • เดือนกันยายน–พฤศจิกายน: เป็นช่วงที่เดินทางได้สบายในหลายภูมิภาค เหมาะกับปักกิ่ง ซีอาน จางเจียเจี้ย และเสฉวน
  • เดือนธันวาคม–กุมภาพันธ์: เหมาะกับฮาร์บิน เมืองหิมะ และคนที่ต้องการชมบรรยากาศฤดูหนาว

ควรหลีกเลี่ยงหรือวางแผนล่วงหน้าเป็นพิเศษในช่วงวันหยุดยาวของจีน เช่น ตรุษจีน วันแรงงาน และวันชาติจีน เพราะสถานที่ท่องเที่ยวและระบบขนส่งอาจหนาแน่นมาก


สรุป

เสน่ห์ของจีนอยู่ที่ความหลากหลาย ปักกิ่งเล่าเรื่องราชวงศ์ เซี่ยงไฮ้สะท้อนความทันสมัย ซีอานพากลับไปยังเส้นทางสายไหม เฉิงตูและฉงชิ่งโดดเด่นเรื่องอาหารและวิถีชีวิต ขณะที่จางเจียเจี้ย ยูนนาน และซินเจียงแสดงให้เห็นว่าธรรมชาติของจีนยิ่งใหญ่เพียงใด


การเที่ยวจีนจึงไม่จำเป็นต้องเริ่มจากคำถามว่า “เมืองไหนดีที่สุด” แต่ควรถามว่า “ทริปนี้เราอยากได้ประสบการณ์แบบไหน” เมื่อเลือกภูมิภาคให้ตรงกับความสนใจแล้ว จีนจะกลายเป็นประเทศที่เที่ยวครั้งเดียวไม่เคยพอ และทุกครั้งที่กลับไปก็สามารถพบกับบรรยากาศใหม่ได้เสมอ


*ข้อมูลการเข้าเมือง กฎของสถานที่ และฤดูกาลท่องเที่ยวอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบประกาศทางการอีกครั้งก่อนเดินทาง

จำนวนผู้เข้าชม 97 ครั้ง