Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@megaplustravel

Travel License : 11/11841

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

ชวนคนเที่ยวผ่านโซเชียล เก็บเงินจัดทริป ผิดกฎหมายหรือไม่? นักท่องเที่ยวมีความผิดไหม?

ชวนคนเที่ยวผ่านโซเชียล เก็บเงินจัดทริป ผิดกฎหมายหรือไม่? นักท่องเที่ยวมีความผิดไหม?

06

Aug

กรุงเทพมหานคร

ชวนคนเที่ยวผ่านโซเชียล เก็บเงินจัดทริป ผิดกฎหมายหรือไม่? นักท่องเที่ยวมีความผิดไหม?

หลายคนอาจเคยเห็นโพสต์ชวนเที่ยวใน Facebook, TikTok, Instagram หรือ LINE ที่เปิดรับสมาชิกร่วมทริป พร้อมเก็บค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่าย แต่รู้หรือไม่ว่า หากการดำเนินการดังกล่าวมีลักษณะเป็นการประกอบธุรกิจเพื่อแสวงหากำไร อาจเข้าข่าย "ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต" ตามกฎหมายไทยได้

ล่าสุด กรมการท่องเที่ยวได้ออกมาเตือนประชาชนให้ระมัดระวังทั้งผู้จัดทริปและนักท่องเที่ยว เพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมายและลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวง

การชวนคนเที่ยวผ่านโซเชียลแบบไหน อาจผิดกฎหมาย?

ปัจจุบันการรวมกลุ่มเดินทางผ่านโซเชียลมีเดียได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งการจัดทริปในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะจากเพจท่องเที่ยว อินฟลูเอนเซอร์ หรือบุคคลทั่วไป

อย่างไรก็ตาม หากมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้ อาจถูกพิจารณาว่าเป็นการประกอบธุรกิจนำเที่ยว

  • เปิดรับสมาชิกจากบุคคลทั่วไป
  • มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเป็นแพ็กเกจ
  • จัดการจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม หรือกิจกรรมต่าง ๆ
  • โฆษณาเชิญชวนผ่านสื่อออนไลน์อย่างต่อเนื่อง
  • มีการบวกกำไร หรือได้รับผลตอบแทนจากการจัดทริป

หากเข้าลักษณะดังกล่าว ผู้จัดอาจต้องมี ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์



โทษของการประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่มีใบอนุญาต

ผู้ที่ดำเนินธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจได้รับโทษดังนี้

  • จำคุกไม่เกิน 2 ปี
  • ปรับไม่เกิน 500,000 บาท
  • หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ การพิจารณาจะอาศัยข้อเท็จจริงและพฤติการณ์โดยรวมของแต่ละกรณี ไม่ได้ตัดสินจากการเก็บเงินเพียงอย่างเดียว



นักท่องเที่ยวที่ซื้อทริป มีความผิดหรือไม่?

คำตอบคือ โดยทั่วไป "ไม่มีความผิด"

หากนักท่องเที่ยวเป็นเพียงผู้ซื้อบริการหรือผู้ร่วมเดินทาง ไม่ได้มีส่วนในการจัดการหรือดำเนินธุรกิจ ก็ถือเป็นผู้บริโภค ไม่ใช่ผู้กระทำความผิด


กรณีที่โดยทั่วไปไม่มีความผิด

  • ซื้อแพ็กเกจทัวร์เหมือนลูกค้าทั่วไป
  • จ่ายเงินเพื่อเดินทาง
  • ไม่มีส่วนในการจัดทริป
  • ไม่ได้รับผลตอบแทนจากการจัดทริป

ในหลายกรณี หากเกิดปัญหา นักท่องเที่ยวอาจกลายเป็นผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบเสียเอง


กรณีที่ผู้ร่วมทริปอาจมีความเสี่ยง

หากบุคคลไม่ได้เป็นเพียงนักท่องเที่ยว แต่มีบทบาทร่วมในการดำเนินงาน เช่น

  • ช่วยเปิดรับสมาชิก
  • ช่วยเก็บเงิน
  • ช่วยประชาสัมพันธ์และหาลูกค้า
  • ร่วมวางแผนและบริหารทริป
  • ได้รับส่วนแบ่งหรือผลกำไร

กรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่อาจพิจารณาว่าเป็นผู้ร่วมประกอบธุรกิจนำเที่ยว ซึ่งต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี



ก่อนจองทริป ควรตรวจสอบอะไรบ้าง?

เพื่อความปลอดภัย นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบก่อนโอนเงินทุกครั้ง

✅ ผู้จัดเป็นบริษัทนำเที่ยวที่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่

✅ มีเลขใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวแสดงชัดเจน

✅ มีข้อมูลบริษัท ที่อยู่ และช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้

✅ มีเอกสารหรือหลักฐานการจองอย่างเป็นทางการ

การเลือกใช้บริการบริษัทนำเที่ยวที่ได้รับใบอนุญาต จะช่วยให้ผู้บริโภคได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย หากเกิดกรณีถูกยกเลิกทริปหรือไม่ได้รับบริการตามที่ตกลง



สรุป

การชวนคนเที่ยวผ่านโซเชียลมีเดียไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายเสมอไป แต่หากมีลักษณะเป็นการดำเนินธุรกิจ รับลูกค้าทั่วไป และแสวงหากำไร ผู้จัดอาจต้องมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมาย

ส่วนนักท่องเที่ยวที่ซื้อทริปหรือร่วมเดินทาง โดยทั่วไป ไม่มีความผิด หากเป็นเพียงผู้ใช้บริการ อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือและใบอนุญาตของผู้จัดก่อนโอนเงิน เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัยและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย


เกร็ดความรู้

การแจ้งข้อมูลกรณีพบเห็น
ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่มีใบอนุญาต (ทัวร์เถื่อน) หรือ
ผู้ปฏิบัติหน้าที่มีคดุเทศก็โดยไม่มีใบอนุญาต(ไกด์เถื่อน)

ส่งเบาะแสพร้อมหลักฐานข้างต้นไปยัง
อีเมล tgtcenter@tourism.go.th

จำนวนผู้เข้าชม 33 ครั้ง